May Japan 1 : จากไทยไปจนถึงคามาคุระ

 

     ช่วงสงกรานต์คุยกับบัดดี้ว่าอยากไปเที่ยวไหนสักที่ ในต้นเดือนพฤษภาคม ก็เลยนั่งดูนั่นหานี่ ตรงนั้นก็น่าไปตรงนี้ก็น่าโดน จนสุดท้ายมาจบลงที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะตั๋วราคาไม่ถึงหมื่นของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ซึ่งเวลาต่อเครื่องและเวลาที่ถึงญี่ปุ่นดีมาก เลยตกลงปลงใจบินกัน

     การเตรียมตัวภายในสามสัปดาห์จึงเริ่มขึ้นทั้งเขียนแผนการเดินทาง หาเทศกาลในช่วงที่เราจะไปกัน พอลิสออกมาแล้วตรงกับช่วงที่มีเทศกาลชิบะซากุระ และเส้นทางกำแพงหิมะที่เปิดให้เข้าชม แผนที่ออกมาเลยจะไปโดนทั้งสองที่ ก็นั่งหาตั๋วต่างๆ

     วันบินก็ไม่มีอะไรยาก เช็คอินที่เคาเตอร์ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พนักงานบอกว่ารับกระเป๋าที่โตเกียวเลยนะคะ เราก็เซย์เยสแล้วผ่านพิธีต่างๆ จนไปถึงเกตก่อนประมาณชั่วโมงกว่า ไปถึงเกตยังไม่เปิด เลยหาที่นั่งรอ โอ้แม่เจ้า!!! สนามบินสุวรรณภูมิร้อนมาก ขนาดนั่งหน้าเครื่องปรับอากาศแล้วยังไม่เย็น  เลยเดินสำรวจ เจอเก้าอี้ที่สามารถนอนได้ แถมมีที่ว่าง เอนหลังไปแล้วไม่อยากจะลุกเลย

     แล้วนาฬิกาก็ส่งสัญญาณว่าได้เวลาไปแล้วก็เลยตื่นและไปรอเกตเปิด นั่งรอไม่นานก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องและประสบการณ์ใหม่ๆก็กำลังจะเริ่มขึ้น
   เที่ยวบินนี้ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ เริ่มต้นจากการแจกผ้าอุ่นๆ จากนั้นก็บริการต่างๆ ตั้งแต่เครื่องดื่ม อาหาร จนถึงสนามบินชางฮี พอถึงสนามบินชางฮี ก็ไปเดินเล่นดูของต่างๆ นั่งพักชาร์ตแบตรอเวลาบิน เมื่อได้เวลาบินก็เป็นช่วงเวลาที่จะได้เปิดประสบการณ์กับแดนอาทิตย์อุทัยแล้ว
 
 
 ระหว่างรอที่สนามบินชางฮี แวะมาใช้เครื่องนวด

     ถึงสนามบินนาริตะประมาณ 8 โมงกว่า พอไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองคือคนเยอะมาก รอคิวเป็นครึ่งชั่วโมง แล้วก็ผ่าน ตม.มาได้ด้วยดี เรามีเจตนาบริสุทธิ์ มาเที่ยวหนิ จะกลัวอะไร 

     จากสนามบินไปโรงแรมที่อิเคะบุคุโระ สามารถไปได้หลายทางแต่เราเลือกที่ราคาถูกที่สุด และช้าที่สุด พอถึงสถานีนิปโปริก็เปลี่ยนรถไฟไปอีกขบวน เป็นเจอาร์ยามาโนเตะเพื่อไปลงสถานีอิเคะบุคุโระ ถึงสถานีอิเคะบุคุโระก็ต้องงงเป็นไก่ตาแตกว่าจะไปโรงแรมทางไหน ตอนนั้นจำได้เลย ทั้งหิว ทั้งง่วง 

     จริงๆก็เจอโรงแรมแล้วแหละแต่เดินผ่านไปผ่านมา ทำให้หลง เลยดูภาพในเนตเทียบกับโรงแรมที่เดินหาจนเจอ โรงแรมที่จองอยู่ชั้นแปด เปิดเข้าไปต้องเอารองเท้าฝากไว้ที่ลอคเกอร์ แล้วเก็บกุญแจไว้ ผมมาถึงก่อนเวลาเชคอิน แต่พนักงานก็ให้เข้าได้เพราะห้องเรียบร้อยแล้ว 

     ห้องไม่ใหญ่มาก ส่วนที่อาบน้ำกับสุขาแยกกันคนละฝั่ง ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำด้วยนะเออ เมื่อชำธุระ ชำระร่างกาย แล้วก็ได้เวลาออกเดินทาง
 
ราเมนอร่อยอร่อย

   แผนแรกของการเที่ยวคือไปเมืองคามากุระ แต่ก่อนจะไปต้องเติมพลังสักหน่อย เดินไปแถวๆสถานีแล้วดูร้านอาหารที่มีภาษาอังกฤษแล้วได้ราเมนมา ถ้วยนึง อร่อยดีครับ

     จากนั้นก็ได้เวลาไปคามากุระกันแล้ว
 
พานโม ซื้อมาจากสนามบิน

     ผมเดินทางด้วยบัตรพาสโม ทำให้นั่งจากอิเคะบุคุโระ ไปชินจูกุแล้วรอต่อรถจากชินจูกุไป คามากุระได้เลย ราคา920เยน รอจนถึงเที่ยวรถไฟที่จะไปคามากุระมาก็ขึ้น จากสถานีชินจูกุนั่งยาวไปถึงสถานีคามากุระใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า

     พอไปถึงก็ต่อรถไฟไปสถานีฮาเสะเดระ รถไฟเที่ยวไปคนเยอะมาก และพอรถไฟคันที่มาถึงก็เยอะเช่นกัน เมื่อถึงสถานีฮาเสพเดาะ ก็ตามผู้คนออกมา เจอร้านขายทาโกยากิร้านนึงข้างๆสถานี น่าอร่อยชะมัด แต่ไม่ได้ซื้อเพราะยังไม่หิว 

     เมืองคามากุระเป็นเมืองเล็ก ถ้าจะไปวัดพระใหญ่ไดบุตสึไม่ต้องกลัวลงเดินชิลๆ ตามผู้คนไป ก็จะถึงทางเข้าวัดพระใหญ่ การจะเข้าชมด้านในเสียค่าเข้า 200 เยน

 
     ในความรู้สึกผมตอนนั้นคือดีใจจังที่ไม่มาสักการะพระพุทธรูปนี้แล้ว พระองค์ใหญ่ตั้งอยู่กลางลาน ภายในองค์พระสามารถเข้าไปชมได้ รอบๆมีขายเครื่องรางด้วย สวนด้านหลังองค์พระก็จัดได้สวยงามตามสไตล์สวนแบบญี่ปุ่น

     ก่อนจะออกจากวัด สายตาของผมก็บังเอิญไปเห็นต้นสนพอดีเลยลองเข้าไปอ่าน ต้นสนเหล่านั้นเป็นต้นสนที่ราชวงศ์ของไทยปลูกครั้นเมื่อมาเยือนครับ

     กลับออกมาจากวัดพระใหญ่ เดินไปตามทางสักสิบนาที จะเจอทางเลี้ยวไปทางขวา เดินไปสักพักนึงจะเจอวัดฮาเสะเดระ วัดนี้ว่ากันว่าประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม ค่าเข้าชมวัดนี้ 300เยน
 
     เมื่อเข้าชมด้านในจะเจอสวนญี่ปุ่นสวยๆ ขึ้นไปด้านบนจะเจอวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหลายอาคาร ภายในอาคารห้ามถ่ายรูป ด้านข้างวิหารสามารถชมทะเลได้ โรแมนติกสุดๆ

 
ภายในวัดยังมีถ้ำให้เข้าชมด้าน ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปไม้เยอะแยะเลยครับ

    หลังจากชมได้เวลาอันพอสมควรก็เดินทางกลับไปที่สถานีฮาเสะดาระ ดูเวลาแล้วรถไฟยังไม่มา จัดโดรายากิสักอัน  ราคา 350 เยน อิ่มเลย!!!

 

     พอรถไฟมาก็ขึ้นกลับไปที่สถานีคามากุระ เดินดูถนนโคมาจิ มีแต่ของน่ารักๆเต็มไปหมด ที่นี่เค้าบอกข้าวหน้าชิราสีดัง แต่ผมไม่กล้าทาน คือมันปลาตัวเล็กๆเส้นๆราดข้าว มีแต่คนบอกว่าอร่อย แต่ขอทำใจนิดนึง

     เดินไปจนสุดท้ายแล้วเลี้ยวไปหน่อยจะเจอประตูโทริอิสีแดงต้นใหญ่ๆของศาลเจ้า Hachimangu ศาลเจ้าอยู่บนภูเขานู้น ผมเลยไม่ได้ขึ้นไปเพราะมีเวลาเหลือน้อย

 
     แล้วก็เดินกลับไปที่สถานีคามากุระ รอรถไปเที่ยวที่จะกลับสู่กรุงโตเกียว สถานีชินจูกุ  เมื่อถึงสถานีชินจูกุเห็นว่ารถคันนี้ผ่านอิเคะบุคุโระด้วย ก็เลยนั่งยาวไปถึงอิเคะบุคุโระแล้วลง หลังจากนั้นก็หาอะไรกิน เดินซื้อของ สำรวจราคากลับโรงแรมและนอนพักผ่อน เก็บแรงเพื่อไปยัง...

-----
May Japan 2 : หลบร้อน รับลม ชมดอกไม้

***ถ้าอยากสนับสนุนข้อมูลการท่องเที่ยว
หรือการเขียนบทความ สามารถแนะนำและติดต่อมาได้นะครับ
 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ສະບາຍດີເມືອງລາວ 1 (ໄຊຍະບູລີ) ... สบายดีเมืองลาว 1 (เมืองไซยะบุรี)

9 พระพุทธรูปและพุทธสถานศักดิ์สิทธิ์รอบเจดีย์ชเวดากอง : 9 wonders of Shwedagon Pagoda

เลาะเลี้ยวเที่ยวเมืองตาก...เก็บสตรอว์เบอร์รี ดูเมล็ดกาแฟอาราบีก้า ที่ดอยมูเซอ